วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ครั้งที่2 ss2

หัวเรื่อง   ของเล่นเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมันเล็กเด็กปฐมวัยของเล่นในการปั้นดิน
 TOY FOR SMALL MUSCLES STRENGTHENING FOR YOUNG CHILDREN CLAY THROWING TOY

    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์

         1) เพื่อศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย โดยมีการขึ้นรูปเครื่องปั้น ดินเผาด้วยแป้นหมุน พัฒนาการเด็กปฐมวัย (ช่วงอายุ  3-6 ปี) สื่อและของเล่นเด็ก หลักการออกแบบของเล่นเด็ก รวมทั้งศึกษาความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

         2) เพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุดของเล่นในการปั้นและการขั้นรูปเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กปฐมวัย

         3) เพื่อประเมินความ พึงพอใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของเล่นในการปั้นและการขั้นรูปเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กปฐมวัย  ของผู้ใช้กลุ่มเป้าหมาย ลำดับขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย

         1) ศึกษาข้อมูลทุติยภูมิจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเก็บข้อมูลปฐมภูมิโดยใช้แบบสอบถามปลายเปิดเก็บ ข้อมูลความต้องการของผู้ใช้ และข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มเป้าหมาย โดยนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์เพื่อทำการออกแบบ 

         2) ออกแบบ ชุดของเล่นโดยสอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก 3 รูปแบบ พร้อมทำต้นแบบเพื่อทดสอบ การใช้งานเพื่อหาความเหมาะสม ออกแบบและสร้างภาพร่างสามมิติ 3 แนวทาง และประเมินแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ 2 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก 3 ท่าน โดยใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประเมินค่าเพื่อเลือกแบบที่ดีที่สุดหนึ่งแบบและทำการพัฒนาเพื่อทำต้นแบบต่อไป
 
        3) สอบถามความพึงพอใจของกลุ่มผู้ปกครองของเด็กปฐมวัย 10 ท่าน โดยใช้แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประเมินค่าการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการสัมภาษณ์แบบปลายเปิดนำมาแสดงผลในรูปแบบเชิงพรรณนาและค่าทางสถิติ จากผลการวิจัยพบว่าชุดของเล่นในการปั้นและการขึ้นรูปเพื่อการเรียนรู้เรื่องสัตว์ สามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้ดี และสามารถตอบสนองต่อการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายได้ โดยได้รับคะแนนประเมินจากผู้บริโภคเฉลี่ยอยู่ในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์มากที่สุด โดยหัวข้อที่ได้รับคะแนนสูงที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์มีความสะดวกในการเล่นของเด็กที่ตอบสนองกับความเพลิดเพลินรวมทั้งในเรื่อง สีในตัวผลิตภัณฑ์ มีค่าคะแนนเฉลี่ยที่ 5 (S.D.= 0) รวมทั้งด้านทัศนคติของผู้ใช้ที่อยู่ในลำดับรองลงมามีค่าคะแนนเฉลี่ย 4.53 (S.D.= 0.55) ด้านการใช้งาน มีค่าเฉลี่ยที่ 4.14 (S.D.= 0.47) และด้านความสวยงาม มีค่าเฉลี่ยที่ 4 (S.D.= 0.51) ตามลำดับ

ชื่อผู้แต่ง รัศมน ทองงามขำ

วันที่ 2559-08-01

สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

สาขาวิชา การออกแบบผลิตภัณฑ์แผน ก แบบ ก 2 ระดับปริญญามหาบัณฑิต

แหล่งที่มาข้อมูล http://www.sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/20325 

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565

งานครั้งที่1 ss2

วันนี้อาจารย์ ให้ทำการออกแบบของเล่นด้วยกระดาษ 1 แผ่น และอธิบายว่าเล่นยังไง

พร้อมบอกสาเหตุว่าทำไหมของเล่นที่จะถึงเป็นของเล่นได้ 

ผลงาน การบินกระดาษแรงคับผมหนังยาง 

วิธีเล่น จับกระดาษให้นิ่งแล้วดึงหนังยางแล้วปล่อยเพื่อให้กระดาษมุ่งตรงไปยังทิศทางที่เราต้องการ



วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565

กิจกกรมครั้งที่16

 วันนี้วันที่ 25 เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ที่ 2565

วันนี้อาจารย์ ได้ให้นักศึกษาตรวจสอบงาน bloogger และงานค้างต่างๆ ให้เรียบร้อย และปล่อยก่อน 10:00 นาฬิกา 



วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565

กิจกรรมที่15

 Bloogger 

บทเรียนที่1   

 วันนี้วันที่  18/10/2565 อาจาร์ยได้ทำการให้นักศึกษาลงมาเรียนที่ อาคาร 36 ชั้น 5  ห้อง 502 เพราะวันนี้จะได้ใช้โปรเจคเตอร์เป็นสื่อการสอน 

    -อาจารย์ได้ทำการแจกกระดาษคลล่ะแผ่น อาจารย์ได้ให้หัวข้อแล้วตอบตามความคิดเห็นของนักศึกษา 

1.สิ่งที่ได้เรียนรู้จากวิชานี้

2.สิ่งที่ได้ทำ

3.นำไปประยุกต์ใช้ อะไรได้บ้าง

4.ชอบ และ ไม่ชอบอะไรในวิชานี้





บทเรียนที่2

    -อาจารย์เปิดเพลงบริหารร่างกายให้ฟัง และให้นักศึกษาออกมาเต้นบริหารร่างกายภายในห้อง

    -ต่อมาอาจารย์ได้ให้ช่วยกันร้องเพลง   เก็บของ            

                                         เก็บของ

    เก็บของไว้ให้ถูกที่                          เก็บดีดีอย่าวิ่งซุกซน

    มาช่วยกันเก็บทุกคน                       มาช่วยกันเก็บทุกคน

    เด็กเด็กทุกคนช่วยกันคนดี             ช่วยกันช่วยกันคนดี

    -ต่อมาอาจารย์ให้สร้างสถานะการณ์ กิจกรรมอะไรก็ได้ในครอบครัว

              #แล้วสภานะการณ์นั้นให้ข้อคิดอะไรบ้าง

   


วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565

กิจกรรมที่14

bloogger ครั้งที่14

สรุปการเรียนรู้ 

คุณครูพูดถึงการร้องเพลง ว่าร้องยังไงให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีที่สุด

ต่อมาครูได้ตั้งคำถามกับนักศึกษาว่าทำอย่างไรให้เด็กไม่เบื่อเพลง 

คำตอบก็คือการเปลี่ยนเนื้อเพลงเพียงเล็กน้อยและคงทำนองและเอกลักษณ์เอาไว้ เด็กก็จะไม่เบื่อเพลง
 

ต่อมาอาจารย์ได้แจกกระดาษคนล่ะแผ่น แล้วจับกลุ่ม 1 กลุ่มจะมี 3 คน และบางกลุ่มจะมี 2 คน

ผมนั้นได้คู่กับ นางสาว ฟาติน 

ครูให้ตั้งหัวข้อกลางกระดาษ ( พัฒนาการของเด็กปฐมวัย )

ครูให้แบ่งเป็นสี่หัวข้อใหญ่ๆและนำทฤษฎี ต่างๆนำมาว่างใส่  เช่น  Fiued , Kohlberg , Erikson , Piaget , Gesell เป็นต้น 


 ได้และEnter

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565

กิจกรรมที่13

 




กิจกรรมที่13 

อาจาร์ยได้ทำการ แจกกระดาษ ทำชิ้นงาน 

อาจาร์ย บอก แนวทางพัฒนาชิ้นงานให้ดีขึ้น  อาจาร์ยให้ทำชิ้นงานเกี่ยวกับเรื่อง ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21   

ในกลุ่มประกอบไปด้วย

นาย ภูมินทร์ ข่ายทอง เลขที่ 3

นางสาว ศุภลักษณ์ แสนสุภา เลขที่ 9

นางสาว ศศิธร มะขามทอง เลขที่ 14

นางสาว สุชานันท์ แก้วคง เลขที่ 23



วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565

กิจกรรมที่12

 สรุปกิจกรรม Diana Baumrind

    การอบรมเลี้ยงดูที่เด็ก ได้รับจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง  Diana Baumrind  (1971) นักจิตวิทยาชาวอเมริกันแห่ง มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้หนึ่งที่สนใจศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูอย่างจริงจัง

มิติสำคัญในการอธิบายพฤติกรรมของบิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรว่า ประกอบด้วย 2 มิติ

    1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) คือ การที่บิดามารดา กำหนดมาตรฐานสำหรับเด็กและเรียกร้องให้เด็กทำ ตามมาตรฐานที่บิดามารดาได้กำหนดไว้ ซึ่งบิดา มารดาบางคนจะมีมาตรฐานสูง และเรียกร้องให้เด็ก ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ตนกำหนด ในขณะที่บิดา มารดาบางคนเรียกร้องให้เด็กทำตามมาตรฐานเพียง เล็กน้อย และไม่พยายามที่จะใช้อิทธิพลในการ ควบคุมเด็ก 

    2. มิ ติ ก า ร ต อ บ ส น อ ง ค ว า ม รู้ สึ ก เ ด็ ก (Responsive) คือ การที่บิดามารดาหรือผู้ดูแลเด็ก ตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก ซึ่งบิดามารดา บางคนจะยอมรับ เข้าใจ และตอบสนองความ ต้องการของเด็กด้วยดี เปิดโอกาสให้เด็กคิดและ ตัดสินใจด้วยตนเอง ในขณะที่บิดามารดาบางคน เพิกเฉย และปฏิเสธต่อความต้องการของเด็ก



         Baumrind (1971) ได้ผสมผสาน 2 มิติ ดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่

คือการเลี้ยงดู คือพ่อแม่ที่มีความหนักแน่น แต่แสดงความรักอยู่สม่ำเสมอ และมีการจัดกรอบเพื่อมอบอิสระให้เด็กได้ทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง

2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม

คือพ่อแม่แบบเผด็จการจะชอบควบคุมและเรียกร้องการเชื่อฝังโดยไม่สนใจมุมมองของเด็ก

3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ

คือพ่อแม่ที่รักลูกมากจนทำให้ไม่มีการควบคุม หรือ กฎเกณฑ์ใดๆ 

สรุป

สรุปและอภิปราย จากการประมวลงานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind กับตัวแปร ทางจิตวิทยาโดยภาพรวมอาจกล่าวได้ว่า รูปแบบ การอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ สามารถหล่อหลอม ให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการ ปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความ สามารถในการกำกับตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการ ทางอารมณ์ที่ดี ก็คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบ เอาใจใส่

การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ ซึ่งได้แก่

 1) เรียกร้อง พฤติกรรมที่เหมาะสมกับวัย 

2) กำหนดกฎระเบียบินัย 

3) กระตุ้นให้ปฏิบัติตามกฎ 

4) ให้ความอบอุ่น รัก และสนับสนุน 

5) สื่อสารสองทางที่ชัดเจน

 6) ส่งเสริมให้เป็นตัวของตัวเองและพึ่งตนเอง

 7) เคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน

 8) ให้รางวัลมากกว่า ลงโทษ

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565

กิจกรรมที่ 11


 กิจกรรมที่ 11 การสร้าง

เริ่มต้นวิชามา อาจารย์จะถามนักศึกษา ว่ามีอุปกรณ์ ที่ไม่มีหรือไม่ แล้วอาจาร์ยก็ออกไปเอาวัสดุอุปกรณ์ให้นักศึกษาแล้วเริ่มลงมือการออกแบบของเล่นเด็ก 

ก่อนจะจบวิชาอาจาร์ย ให้แสดงวิธีการเล่น และยกตัวอย่างมาอีก 3 อย่างว่าจะเอาไปเล่นในรูปแบบอื่นอีกได้ไหม เพราะว่าของเล่น 1 ชิ้นควรเล่นได้มากกว่า 1 ครั้งเพราะจะทำให้เด็กไม่รู้สึกเบื่อของเล่นด้วยเป็นต้น

กิจกรรมที่ 10

 กิจกรรมที่ 10


กิจกรรม คิดและออกแบบของเล่นเด็ก ที่สอดคล้องกับช่วงอายุของเด็กปฐมวัย

การออกแบบของเล่นนี้ เพื่อเสริมพัฒนาการเด็ก

เริ่มจาก

 -พัฒนาการของเด็ก

-วัตถุประสงค์ที่ต้องการพัฒนาเด็ก

-วัสดุอุปกรณ์

-รูป

-วิธีทำ

-วิธีเล่น

-สิ่งที่เด็กจะได้รับ

กิจกรรมที่9

 กิจกรรมที่9 



กิจกรรมที่  9

วันนี้ได้เรียนรู้การออกแบบมายแมพที่ถูกต้อง  เช่น ต้องไม่รู้ซับซอนเกินไป  มีความสมดุลในชิ้นงาน เส้นที่เชื่อมโยงระหว่างหัวข้อก็ควรโยงให้ชัดเจน ที่ลักษณะที่เรียบง่ายและ สบายตา  ซึ้งข้อความข้างต้นนั้นจะเป็นรูปแบบมายแมพที่เราสามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ เป็นต้น ส่วนเนื้อหานั้น 

จะเอามาจากกิจกรรมที่ 8  ที่เป็นงานกลุ่ม นำเนื้อหาและข้อมูลมาสรุปเป็นหัวข้อต่างๆลงในมายแมพ 

  

กิจกรรมที่8

 


กิจกรรมที่8  การออกแบบกิจกรรมของเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี 

พัฒนาการของเด็กแรกเกิด 1-2 ปี
ด้านการเคลื่อนไหว
       -ยกศรีษะเองได้ 
       -การพลิกตัวและถีบ
       -การนั่ง การคลาน การก้าวเดิน
-การเสริมพัฒนาการ
        โดยการอ่านหนังให้ลูกฟัง จั๊กจี้หรือ นวด เบาๆ
         เล่นจ๊ะเอ๋ เล่นสนุกกับสี สร้างเสียงแปลกปลอม

พัฒนาการของเด็ก 1-2 ปี 
         -เรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงและสี เริ่มเดินได้โดยไม่มีคนช่วย 
        ชี้ไปหาสิ่งของที่สนใจ พูดเป็นประโยคได้ 2-4 คำ เลียนแบบคำพูดที่ได้ยิน
เสริมทักษะพัฒนาการด้วย
        - การดูภาพเล่านิทาน พาไปเดินเล่น การหยิบจับสิ่งของ การเล่นน้ำ
พัฒนาการของเด็ก 2-3 ปี 
         -สามารถแยกวัตถุจากขนาดและสี ชอบตั้งคำถามสำรวจสิ่งรอบตัว
          เริ่มเดินหรือวิ่งกระโดด 2 ขาได้ มีการแสดงออกทางอารมณ์ชัดเจน
         เดินขึ้นลงบันไดได้ รู้คำศัพท์ใหม่ประมาณ 50 คำ
เสริมการพัฒนา
         -ฝึกขว้างสิ่งของ การร้องเพลง กิจกรรมเข้าจังหวะ ฝึกการเล่นเรื่อง เล่นเกมจับคู่ 
           เกมขนาดและรูปทรง บทบาทสมมุติ



วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

กิจกรรมที่7

 


กิจกรรมที่ 6 เริ่มต้นวิชามาอาจาร์ยได้ทำการเล่นกิจกรรมตามบทเพลงที่อาจาร์ยร้อง เช่น มือขวาอยู่ข้างไหนหันหน้าไปทางนั้น มือซ้ายอยู่ทางไหนหันหน้าไปทางนั้น เป็นต้น 

ต่อมาอาจาร์ยได้แจกกระดาษแผ่นใหญ่ แผ่นล่ะกลุ่ม เพื่อนำไปทำชิ้นงาน ที่ชื่อว่า พัฒนาการเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ปี เขียนและวาดรูปเป็นมายแม็พปิ้ง  แต่ล่ะกลุ่มจะมีจำนวนสมาชิคอยู่ 4 คน ต่อกลุ่ม 

1.เด็กอายุ 1 ปี เริ่มสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ส่งเสียงเอะอะ ร้องเรียกให้หันมาสนใจ ใช้นิ้วชี้ไปยังสิ่งของที่ตัวเองต้องการเพื่อให้คนอื่นหยิบให้

2.เด็ก ช่วงอายุ 1-3 ขวบเป็นช่วงอายุที่เด็กเริ่มเป็นตัวของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ เป็นวัยที่เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย สมองและอารมณ์อย่างรวดเร็ว เด็กจะมีพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดใหญ่โดยสามารถปีนป่าย โยนรับลูกบอลได้ กระโดดอยู่กับที่ นอกจากนี้ในช่วง 2-3 ขวบ เด็กจะมีพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็ก สามารถใช้นิ้วและแขนได้ดีขึ้น

                                                                                            นาย ภูมินทร์ ข่ายทอง

                                                                                            รหัสนักศึกษา6511204569

                                                                                            คณะศึกษาศาสตร์ สาขา ปฐมวัย

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565

กิจกรรมที่6

 


งานกิจกรรมที่  5 
    ในวันที่ 9/08/2565 เวลา 08:52 น. อาจาร์ยได้ทำการสั่งงาน และแจกกระดาษ คนล่ะ 1 ใบ ให้ทำการผับกระดาษตรงกลาง ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง จากนั้นเขียนหัวข้อว่า เด็กปฐมวัย และทำเป็นมายแมพ หัวข้อตามเข็มนาฬิกา 8 หัวข้อ ใหญ่ฯได้แก่
1.อายุตั้งแต่แรกเกิด
2.พัฒนาการมีอะไรบ้าง
3.วิธีการเรียนรู้อย่างไร
4.ทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง
5.หลักการอบรมเลี้ยงดู
6.สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
7.สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้
8.การประเมิน 

หัวข้อการแบ่งกลุ่ม 
กลุ่มที่มี 3 คน 4 กลุ่ม 
             4 คน 4 กลุ่ม
โดยจะแบ่งตามหัวข้อและตั้งชื่อกลุ่มความสะดวกในการเรียกชื่อไปพรีเซนต์งาน

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

กิจกกรมที่5.

 สรุปการเรียนรู้กิจกรรมทั้งหมดที่ผ่านมา 

 กิจกรรมที่ 1 อาจาร์ยให้ทำการหาจุดเด่นของตนเองและแนะนำตนเอง

 กิจกรรมที่ 2 อาร์ยให้ทำ การวาดรูปพ่อแม่ตรงกลางกระดาษ และเขียน หน้าที่การเป็นครูที่ดีควรสอนยังไงการเป็นผู้ปกครองที่ดีควรสอนยังไง การสอนมีกี่แบบ สอนอย่างนี้แล้วจะได้ผลลัพธ์แบบไหน

 กิจกรรมที่ 3 อาจาร์ยให้นักเรียนเขียนหัวข้อว่า เพลงกล่อมเด็ก และให้นักเรียนเขียนเพลงที่พ่อแม่เคยใช้กล่อมเราตอนเด็ก และให้อธิบายว่า ตอนปัจจุบันรู้สึกยังไงกับ เพลงกล่อมเด็กในตอนนั้น 

 กิจกรรมที่ 4 อาจารย์ ให้แจกกระดาษ คู่ล่ะแผ่น ในกระดาษจะแบ่งได้เป็น2ตัวละคร ได้แก่หมู และ ฮิบโป และทำการตัดกระดาษและ ระบายสีให้สวยงาม และทำการพับ การพับนั้นต้องพับให้ได้ออกมาเป็นลักษณะที่อ้าปากได้ และทำการติดกระดาษชิ้นเล็กไว้ด้านหลังให้สามารถสอดนิ้วเข้าไปได้ 

และอาจาร์ยก็ให้คำถามท้ายกิจกรรม

1.ชิ้นงานนี้นำไปใช้อย่างไร

2.เอาชิ้นงานไปทำอะไรได้บ้าง

3.เด็กได้อะไร

                                                                                                                                   จัดทำโดย
                                                                                                                         นาย  ภูมินทร์  ข่ายทอง 
                                                                                                                             รหัส  6511204569    

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

กิจกกรมที่4

 

 นาย ภูมินทร์ ข่ายทอง เลขที่3

กิจกรรมที่ 4

     อาจารย์ ให้แจกกระดาษ คู่ล่ะแผ่น ในกระดาษจะแบ่งได้เป็น2ตัวละคร ได้แก่หมู และ ฮิบโป และทำการตัดกระดาษและ ระบายสีให้สวยงาม และทำการพับ การพับนั้นต้องพับให้ได้ออกมาเป็นลักษณะที่อ้าปากได้ และทำการติดกระดาษชิ้นเล็กไว้ด้านหลังให้สามารถสอดนิ้วเข้าไปได้

คำถามประจำกิจกรรม

1.ชิ้นงานนี้นำไปใช้อย่างไร

ตอบ นำไปเป็นของเล่นพัฒนาการ การเรียนรู้ของเด็ก

2.เอาชิ้นงานไปทำอะไรได้บ้าง

ตอบ 2.1.เอาไปเป็นของเล่นเด็ก

        2.2.เอาไปประกอบเวทีทำเป็นตุ๊กตาเล่านิทาน

        2.3.เอาไปให้เด็กฝึกพับกระดาษและระบายสี

3.เด็กได้อะไร

ตอบ เด็กได้ความสนุก และพัฒนาด้านการเรียนรู้ด้านต่างฯ  เช่น การพับกระดาษ การตัดกระดาษ กระระบายสี และฝึกจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอป 

สิ่งที่อาจารย์ควรปรับปรุ่ง เวลาอาจาร์ยจะสั่งนักเรียน ให้บอกนักเรียนตรงฯไปเลย แล้วพวกผมจะปฎิบัติตามเองครับผม 

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

กิจกรรมครั้งที่3

 

         

                                                                  


กิจกรรมครั้งที่3 วันที่19/7/2565 ตอนเช้าคาบแรกนี้คุณได้แจกกระดาษคนล่ะแผ่นให้นักเรียนเขียนหัวข้อว่า เพลงกล่อมเด็ก และให้นักเรียนเขียนเพลงที่พ่อแม่เคยใช้กล่อมเราตอนเด็ก และให้อธิบายว่า ตอนปัจจุบันรู้สึกยังไงกับ เพลงกล่อมเด็กในตอนนั้น 

หัวข้อต่อมาคือครูให้เราหาเพลงกล่อมเด็กที่เราชอบมา1เพลงแล้วเขียนว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเพลงพร้อมอธิบายความหมายของเพลง แล้ว ออกมาร้องต่อหน้าห้อง







นาย ภูมินทร์ ข่ายทอง เลขที่3

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การอบรมเลี้ยงดู2

 

งานกิจกรรมที่2 

    ในเวลา09:00 ครูเขาอธิบายเกี่ยวกับลักษณะงานและแจกกระให้นักเรียน แล้วให้นักศึกษาพับกระดาษเป็น4ส่วนแล้ววาดรูปวงกลมตรงกลางแล้ววาดรูปพ่อแม่ตรงกลางวงกลมจากนั้นก็ให้เขียนหัวข้อต่างฯเช่น สิ่งที่คุณนึกถึงพ่อแม่ การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมการเรียนรู้ การอบรมเลี้ยงลูกที่ดี บทบาท ของครู และพ่อแม่ที่มีต่อเด็ก เด็กปฐมวัย จากนั้งนให้เขียนชื่อ เลขที่ตรงมุมบนขวา และ ตกแต่งให้สวยงาม และนำไปแปะที่กระดาษใหญ่ที่ร่วมอยู่กับกลุ่มเพื่อนเพื่อสร้างชิ้นงานใหม่และตกแต่งให้สวยงาม

และนำไปส่งชิ้นงานใน Bogger ของตนเอง .

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่1

     การเรียนครั้งแรก: วันนี้อาจารย์ได้เริ่มการเรียนการสอนงานแรกที่ได้จากอาจารย์คือให้วาดรูปตัวเองแล้วผับเป็นการดาษแล้วโยนไปที่กลางห้องแล้วให้นักศึกษาฝั่งตรงข้ามมาเก็บการดาษของกันล่ะกัน#โดยส่วนตัวรู้ศึกว่ามันสนุกมากกกออกแบการสอนได้แปลกใหม่ดีและต่อมาเขาให้เอารูปไปคืนเพือนแล้วให้เจ้าของกระดาษแล้วเขียนจุดเด่นของตัวเองแล้วส่งให้ครูจากนั้นแล้วครูก็อ่านและเราก็แนะนำตัวเองให้เพื่อนได้รู้จักถือว่าเป็นการกระชับความสัมพันธ์อีกแบบเหมือนกัน

มหาลัยราชภัฎจันทรเกษม คณะศึกษาศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัย 5/7/2565

ครั้งที่2 ss2

โครงการออกแบบของเล่นในการปั้นและการขึ้นรูปเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กปฐมวัย หัวเรื่อง   ของเล่นเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมันเล็กเด็กปฐมวัยของเ...